รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

อุปกรณ์ออกบูธ

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับติดแบนเนอร์ รับติดตั้งตาข่ายกันนก รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์

รับติดแบนเนอร์ ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม รับติดแบนเนอร์ ไนโตรเจนเหลว รับติดแบนเนอร์ รับติดแบนเนอร์

รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle

**ประกาศ!! เนื่องจากต้นทุนค่าโฮสติ้งสูงขึ้นมาก รบกวนสมาชิกใหม่(สมัครใหม่จะยังไม่อนุมัติ จนกว่าจะโอน) และเก่า(ทุกUserจะโดนลบ หากไม่โอนช่วย) โอนช่วยค่าโฮส ปีละ 200 บาท ด้วยนะครับ ติดต่อ Add Line : @posthitz

ผู้เขียน หัวข้อ: สมุนไพร เพชรสังฆาต มีประโยชน์เเละสรรพคุณ  (อ่าน 57 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

pussy22

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
    • ดูรายละเอียด

Permalink: สมุนไพร เพชรสังฆาต มีประโยชน์เเละสรรพคุณ

เพชรสังฆาต
ชื่อสมุนไพร  เพชรสังฆาต
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น สันชะควด (ภาคกลาง) , สันชะคาด , ขันข้อ (ราชบุรี) , สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Cissus quadrangularis Linn.
วงศ์  Vitaceae
ถิ่นกำเนิด
เพชรสังฆาตเป็นพืชเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกาและมีการแพร่ขยายชนิดไปตามประเทศเขตร้อนของทวีปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยพบได้ทั่วไปตามบริเวณป่าหรือที่ชื้นที่มีระดับความสูงไม่เกิน 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนในประเทศไทยพบได้ทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่างลงไป รวมทั้งชอบมีดอกรวมทั้งติดผลในตอนเดือน เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม
ลักษณะทั่วไป
เพชรสังฆาตจัดเป็น ไม้เถาเลื้อย โดยมีเปลือกเถาเรียบ เถาอ่อนรูปสี่เหลี่ยมเป็นครีบ เป็นข้อๆต่อกันมองเห็นข้อบ้องกระจ่าง ลักษณะเป็นปล้องๆตรงข้อเล็กรัดตัวลงแต่ละข้อยาวราวๆ 6-10 เซนติเมตร บางข้ออาจมีรากออกมาด้วย มีมือเกาะออกตรงข้อต่อตรงข้ามกับใบ ตามข้อมียางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ ออกตามข้อต้น ข้อละ 1 ใบ กว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 4-10 เซนติเมตร ใบเป็นสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กลมหนา เล็ก ผิวเรียบ ปลายใบมน โคนใบเว้า หลังใบแล้วก็ท้องใบเรียบเป็นเงา ขอบใบหยักมนห่างๆหรือหยักเว้า 3-5 หยัก เนื้อใบนุ่ม ก้านใบยาว 2-3 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อ ออกตามข้อต้นตรงข้ามกับใบ ดอกกลมเล็กสีแดงเขียวเป็นช่อขนาดเล็ก ยาวโดยประมาณ 2-4 ซม.ดอกย่อยสีเขียวอ่อน มีขนาด 2.5 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้มี 4 กลีบโคนกลีบดอกด้านนอกมีสีแดง ส่วนกลีบดอกไม้ภายในสีเขียวอ่อน เมื่อบานเต็มที่ดอกจะงอโก่งไปทางข้างล่าง เกสรตัวผู้มี 4 อันวางตรงกับกลีบ ผลสดทรงกลม ผิวเรียบเป็นเงา ฉ่ำน้ำ ผลกลมขนาด 4-7 มม. ผลอ่อนสีเขียว พอสุกเป็นสีแดงหรือดำ เม็ดกลมสีน้ำตาลมี 1 เม็ด
การขยายพันธุ์
เพชรสังฆาตนิยมใช้กรรมวิธีการปักชำโดยมีวิธีการเป็น คัดเถาที่มีลักษณะสมควร เป็น จะต้องเป็นเถาที่มีลักษณะกึ่งแก่ครึ่งหนึ่งอ่อน นำมาตัดเป็นท่อนให้แต่ละท่อนมีข่อติดอยู่จำนวน2 ข้อแล้ว กระทำการปักชำท่อนประเภทโดยใช้ข้อทางด้านโคนของเถาฝังลงดินแล้วกลบให้แน่น รดน้ำให้เปียก รวมทั้งควรจัดวางถุงกล้าที่ปักชำไว้ในที่ร่ม ในส่วนของข้อที่เหลืออยู่ข้างบนจะเป็นบริเวณที่แตกใบใหม่เพื่อรุ่งเรืองเป็นเถาต่อไป
ส่วนประกอบทางเคมี
เถาของเพชรสังฆาตมีองค์ประกอบทางเคมี เช่น natural plant steroids (ketosterones): onocer-7-ene-3 alpha, 21 beta-diol, delta-amyrin, delta-amyrone และ 3,3',4,4'- tetrahydroxybiphenyl สารกลุ่ม stilbene: quadrangularins A, B, C, resveratrol, piceatannol, pallidol , parthenocissine A.สารในกรุ๊ป flavonoids ได้แก่ diosmin, hisdromin, hesperidin. รวมไปถึง ascorbic acid (vitamin C), lupeol, carotene และ calcium oxalate.
คุณประโยชน์/สรรพคุณ
ตามตำรายาไทย กล่าวว่า เถา รสร้อนขมคัน เป็นยาแก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ระดูเปลี่ยนไปจากปกติ แก้กระดูกแตกหักซ้น ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ริดสีดวงทวารทั้งยังประเภทกลีบมะไฟและก็เดือยไก่
• ราก รักษาอาการกระดูกแตกหัก
• ต้น แก้หูน้ำหนวก แก้เลือดกำเดา แก้ระดูไม่ดีเหมือนปกติ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย
• ใบ รักษากระดูกแตกหัก รักษาโรคลำไส้ (อาการของกินไม่ย่อย) ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย แก้ริดสีดวงทวารหนัก
นอกจากนั้นในงานศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการแพทย์แผนปัจจุบันยังกำหนดไว้ว่าเพชรสังฆาต มีประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาริดสีดวงทวารหนักโดยยิ่งไปกว่านั้นการลดอาการคัน ปวดการเกิดเลือดออก รวมทั้งกลับกลายซ้ำ
ทั้งยังในปัจจุบันได้มีงานศึกษาเรียนรู้พบว่า "เพชรสังฆาต" มีวิตามินซีสูงมากซึ่งยืนยันสรรพคุณรักษาโรคเลือดไหลตามไรฟันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังอุดมไปด้วยแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญมีองค์ประกอบของแคลเซียมสูงมากมาย และสารอที่นาโบลิก สเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่มีฤทธิ์เร่งปฏิกิริยาการสมานกระดูกที่แตกหักโดยกระตุ้นการผลิตเซลล์ออสเตโอบลาสต์ (Osteoblast) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สร้างกระดูกและยังช่วยให้มีการสร้างสารไม่วโคโพลีแซกติดอยู่ไรด์ (Mucopolysaccharides) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการสมานกระดูก อีกทั้งสารคอลลาเจน (Collagen) ในเพชรสังฆาตยังเป็นสารอินทรีย์โปรตีน ที่มาจับกับผลึกแคลเซียมฟอสเฟตจนถึงแปลงเป็นกระดูกแข็งซึ่งสามารถรับน้ำหนักและก็มีความยืดหยุ่นในตนเองอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านี้เพชรสังฆาตยังสามารถใช้ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ เพราะเพชรสังฆาตเป็นไม้เถาเลื้อยมีลักษณะรูปทรงเป็นสีเหลี่ยมผิดตา มีดอกและผลเป็นช่อสีแดงสวยงาม สามารถนำไปปลูกเพื่อประดับประดารอบๆรั้วบ้าน ซุ้มไม้หรือบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เถาก้าวหน้าเลื้อยพันขึ้น
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
ในอดีตกาลการใช้เพชรสังฆาตรักษา ริดสีดวงทวารหนักจะทำ โดยนำ เถาสดใส่กล้วยหรือ มะขามแล้วกลืน (ด้วยเหตุว่าเพชรสังฆาตมีแคลเซียม ออกซาเลต (calcium oxalate) การกลืนเถาสดบางทีอาจ เกิดการเคืองทางเดินอาหารได้) ถัดมาได้มี การนำ เพชรสังฆาตมาผลิตให้อยู่ในแบบแคปซูลเพื่อง่ายต่อการบริหารยา
โดยในรูปยาผงบรรจุแคปซูล 250 มิลลิกรัม ให้กินครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นเวลา 5-7 วัน
แบบเรียนยาประจำถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ใช้ ต้น แก้ริดสีดวงทวารโดยหั่นเป็นแว่น ตำผสมเกลือนำไปตาก ปั้นเป็นลูกร้อยกรอง รับประทานทีละ 1 เม็ด 3 เวลา หรือใช้เถาสดคั้นเอาน้ำดื่ม แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้เมนส์ไม่ดีเหมือนปกติ แก้กระดูกแตกหักซ้นขับลมในไส้
ตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา ใช้น้ำจากต้น หยอดหู แก้น้ำหนวกไหล หยอดจมูกแก้เลือดเสียในสตรีใช้เถาตำละเอียดเป็นยาพอกรอบๆกระดูกหักช่วยลดอาการบวม อักเสบ น้ำคั้นจากเถาใช้ดื่มแก้เลือดไหลตามไรฟัน แก้โลหิตระดูสตรีไม่ปกติ รักษาริดสีดวงทวารที่เริ่มเป็นระยะแรก
ส่วนประเทศอินเดีย ใช้ ลำต้น เป็นยาพอกเมื่อกระดูกหัก น้ำคั้นจากต้นรับประทานแก้โรคลักปิดลักเปิด แก้อาการไม่ปกติของรอบเดือน
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา
ผลต่อแรงตึงตัวของหลอดเลือดดำ สารสกัดเพชรสังฆาตมีฤทธิ์กระตุ้นเส้นเลือดดำ ให้มีความตึงตัวมากขึ้น คล้ายกับส่วนประกอบของไบโอฟลาโวนอยด์ 2 จำพวก ได้แก่ ไดออสมิน 90%รวมทั้งฮิสเพอริดิน 10% ที่เจอในตำรับยาแผนปัจจุบัน สำหรับใช้รักษาริดสีดวงทวาร
ฤทธิ์ต้านทานการอักเสบทันควัน สารสกัดเมทานอลยั้งการบวมของใบหู แล้วก็การบวมของอุ้งเท้าของหนูขาว ที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมี
สารสกัดเฮกเซนที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 1 รวมทั้งสารสกัดเอทานอลที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 5 ลดอาการบวมของใบหูหนูที่รั้งนำด้วยสารเคมี เหมาะเวลา 30 นาที ตรวจเจอส่วนประกอบทางเคมีของสาร lupeol ในสารสกัดเฮกเซน
ฤทธิ์แก้ปวด สารสกัดเมทานอลลดจำนวนครั้งที่หนูถีบจักรยืดบิดตัวจากลักษณะการเจ็บปวดท้องเนื่องด้วยได้รับกรดอะซีตำหนิกที่ฉีดเข้าทางท้อง และก็ลดช่วงเวลาของการเลียเท้าหลังอีกทั้ง 2ระยะ สำหรับในการทดลองด้วยการฉีดฟอร์มาลิน แสดว่าออกฤทธิ์แก้ปวดผ่านทั้งระบบประสาทศูนย์กลาง และก็ส่วนปลาย
ฤทธิ์คุ้มครองปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดเอทานอล สามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นแผลด้วยแอสไพริน เมื่อให้สารสกัดขนาด 250, 500 และ 750 มก./กิโลกรัม ให้หนูกินนาน 7 วัน ลดการเกิดแผลได้ 40, 71.2 รวมทั้ง 72.6% เป็นลำดับ เปรียบเทียบกับranitidine ขนาด 30 มก./กก. ลดการเกิดแผล 71.9% เพราะฉะนั้นสารสกัดขนาด 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นขนาดที่ยอดเยี่ยม เหตุเพราะออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ Ranitidine แล้วก็ให้ผลไม่ต่างกับขนาด 750 มก./กก.จะลดการทำลายเยื่อในกระเพาะ แล้วก็รายงานการวิจัยอีกฉบับหนึ่งระบุว่า การเรียนรู้ประสิทธิผลแล้วก็ผลข้างเคียงของการใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตในคนเจ็บโรคริดสีดวงทวารระยะทันควัน จำนวน 570 คน โดยแบ่งเป็น 3 กรุ๊ป เป็น กรุ๊ปที่ได้รับยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์ (Daflon 500 มิลลิกรัม/เม็ด) กลุ่มที่ได้รับสมุนไพรเพชรสังฆาต (500 มิลลิกรัม/เม็ด) และก็กลุ่มที่ได้รับยาหลอก ในช่วง 4 วันแรก ให้รับประทานทีละ 3 เม็ด ตอนเช้ารวมทั้งเย็นหลังอาหาร และช่วง 3 วันหน้า ได้รับทีละ 2 เม็ด ยามเช้าและก็เย็น หลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วยจะได้รับการคาดคะเนอาการต่างๆเป็น เลือดไหลทางทวารหนัก มูก อาการคัน รอยแดงหรืออักเสบรอบทวารหนัก แล้วก็การสัมภาษณ์เพื่อสอบถามอาการ รวมถึงมีการตรวจเลือดแล้วก็ติดตามผลกระทบของการได้รับยาหรือสมุนไพรพร้อมกันไปพร้อมกันด้วย
ผลวิจัยพบว่า ผู้ป่วยในทุกกรุ๊ปส่วนใหญ่อาการเลือดออกฉับพลันจะหยุดในวันที่ 2 ของการให้ยา รวมทั้งมีลักษณะอาการดีขึ้นหลังการให้ยาครบ 7 วัน ประสิทธิผลของการรักษาในคนเจ็บทุกกรุ๊ปไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ และไม่ส่งผลข้างๆเกิดขึ้น สรุปได้ว่าเพชรสังฆาตให้ผลในการรักษาริดสีดวงทวารในระยะรุนแรงไม่มีความต่างจากยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์รวมทั้งยาหลอก แสดงว่าเพชรสังฆาตไม่เป็นผลช่วยสำหรับเพื่อการรักษาริดสีดวงทวารในระยะเฉียบพลัน
การเรียนทางพิษวิทยา
ความเป็นพิษเฉียบพลัน เมื่อทดลองความเป็นพิษโดยให้หนูขาวรับประทาน ขนาด 0.5 – 5.0 กรัม/กก
ไม่พบพิษใดๆ
ความเป็นพิษครึ่งหนึ่งเรื้อรัง (3 เดือน) ในหนูขาวชนิดวิสตาร์ 5 กรุ๊ปๆละ 12 ตัว/เพศ กลุ่มควบคุมได้รับน้ำทางปาก 10 มล./น้ำหนักตัว 1 กก./วัน ระหว่างที่หนูอีก 4 กลุ่มได้รับผงยาเพชรสังฆาตแห้งทางปากในขนาด 0.03,0.3 แล้วก็ 3.0 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก/วัน หรือเสมอกัน 1,10 รวมทั้ง 100 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน/วัน ตามลำดับ โดยกลุ่มท้ายที่สุดเป็นกรุ๊ปพินิจอาการข้างหลังการหยุดยา ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยพบว่าการเจริญเติบโตของกรุ๊ปสุดท้ายเป็นกรุ๊ปพิจารณาอาการหลังการหยุดยา ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่าการเจริญเติบโตของกลุ่มได้รับผงยาและก็กลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน ไม่ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวของค่าทางเลือดวิทยารวมทั้งค่าทางซีรั่มชีวเคมี หรือจุลพยาธิภาวะของอวัยวะภายในที่มีความเกี่ยวเนื่องกับขนาดของผงยา และไม่เจอความไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็ตามซึ่งสามารถสรุปได้ว่าเนื่องจากความเป็นพิษของผงยาเพชรสังฆาต
คำแนะนำ/สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง

การกินเพชรสังฆาตสด อาจทำให้กำเนิดอาการระคายคอ ระคายเยื้อบุในปากด้วยเหตุว่าเถาสดมีผลึกแคลเซียมออกซาแลตอยู่มากมาย
2. ห้ามรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2 อาทิตย์เนื่องจากว่าอาจจะเป็นผลให้กำเนิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ คนเจ็บโรคไตห้ามรับประทาน
3. การใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตควรจะหารือหมอหรือผู้เชี่ยวชาญสำหรับการใช้เสมอ เพราะว่าอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ อาทิเช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง เยี่ยวน้อย แน่นท้อง ฯลฯ
เอกสารอ้างอิง

  • นพมาศ สุนทรเจริญนนท์.เพชรสังฆาต.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วีรพล ภิมาลย์และคณะ.การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบและการวิเคราะห์อภิมานประสิทธิภาพในการรักษาริดสีดวงทวารหนักของเพชรสังฆาต.วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน.ปีที่10.ฉบับที่3.กันยายน-ธันวาคม.2557.หน้า403-418https://www.disthai.com
  • Panthong A, Supraditaporn W, Kanjanapothi D, Taesotikul T, Reutrakul V. Analgesic, anti-inflammatory and venotonic effects of Cissus quadrangularis Linn. J Ethnopharmacology 2007; 110 : 264–70.
  • เพชรสังฆาต.ฐานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีPanpimanmas S, Sithipongsri S, Sukdanon C, Manmee C. Experimental Comparative Study of the Efficacy and Side Effects of Cissus quadrangularis L. (Vitaceae) to Daflon (Servier) and Placebo in the Treatment of Acute Hemorrhoids. J Med Assoc Thai 2010; 93 (12): 1360-7.
  • ผลของการใช้เพชรสังฆาตในการรักษาโรคริดสีดวงทวารที่มีอาการเฉียบพลัน.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • เพชรสังฆาต.ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.J Med Assoc Thai 2010;93(12):1360-7






โฆษณาสินค้าฟรี ประกาศขายสินค้าฟรี โปรโมทเว็บฟรี