โฆษณาสินค้าฟรี ประกาศขายสินค้าฟรี โปรโมทเว็บฟรี

หมวดหมู่ซื้อขายสินค้า => บอร์ดอื่นๆ => ข้อความที่เริ่มโดย: pussy22 ที่ ธันวาคม 24, 2018, 05:38:45 PM

หัวข้อ: สมุนไพร เพชรสังฆาต มีประโยชน์เเละสรรพคุณ
เริ่มหัวข้อโดย: pussy22 ที่ ธันวาคม 24, 2018, 05:38:45 PM
(https://static1-velaeasy.readyplanet.com/www.disthai.com/images/content/original-1542858868819.jpg)
เพชรสังฆาต
ชื่อสมุนไพร  เพชรสังฆาต
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น สันชะควด (ภาคกลาง) , สันชะคาด , ขันข้อ (ราชบุรี) , สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Cissus quadrangularis Linn.
วงศ์  Vitaceae
ถิ่นกำเนิด
เพชรสังฆาตเป็นพืชเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกาและมีการแพร่ขยายชนิดไปตามประเทศเขตร้อนของทวีปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยพบได้ทั่วไปตามบริเวณป่าหรือที่ชื้นที่มีระดับความสูงไม่เกิน 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนในประเทศไทยพบได้ทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่างลงไป รวมทั้งชอบมีดอกรวมทั้งติดผลในตอนเดือน เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม
ลักษณะทั่วไป
เพชรสังฆาตจัดเป็น ไม้เถาเลื้อย โดยมีเปลือกเถาเรียบ เถาอ่อนรูปสี่เหลี่ยมเป็นครีบ เป็นข้อๆต่อกันมองเห็นข้อบ้องกระจ่าง ลักษณะเป็นปล้องๆตรงข้อเล็กรัดตัวลงแต่ละข้อยาวราวๆ 6-10 เซนติเมตร บางข้ออาจมีรากออกมาด้วย มีมือเกาะออกตรงข้อต่อตรงข้ามกับใบ ตามข้อมียางขาว ใบเดี่ยว เรียงสลับ ออกตามข้อต้น ข้อละ 1 ใบ กว้าง 3-8 เซนติเมตร ยาว 4-10 เซนติเมตร ใบเป็นสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ กลมหนา เล็ก ผิวเรียบ ปลายใบมน โคนใบเว้า หลังใบแล้วก็ท้องใบเรียบเป็นเงา ขอบใบหยักมนห่างๆหรือหยักเว้า 3-5 หยัก เนื้อใบนุ่ม ก้านใบยาว 2-3 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อ ออกตามข้อต้นตรงข้ามกับใบ ดอกกลมเล็กสีแดงเขียวเป็นช่อขนาดเล็ก ยาวโดยประมาณ 2-4 ซม.ดอกย่อยสีเขียวอ่อน มีขนาด 2.5 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้มี 4 กลีบโคนกลีบดอกด้านนอกมีสีแดง ส่วนกลีบดอกไม้ภายในสีเขียวอ่อน เมื่อบานเต็มที่ดอกจะงอโก่งไปทางข้างล่าง เกสรตัวผู้มี 4 อันวางตรงกับกลีบ ผลสดทรงกลม ผิวเรียบเป็นเงา ฉ่ำน้ำ ผลกลมขนาด 4-7 มม. ผลอ่อนสีเขียว พอสุกเป็นสีแดงหรือดำ เม็ดกลมสีน้ำตาลมี 1 เม็ด
การขยายพันธุ์
เพชรสังฆาตนิยมใช้กรรมวิธีการปักชำโดยมีวิธีการเป็น คัดเถาที่มีลักษณะสมควร เป็น จะต้องเป็นเถาที่มีลักษณะกึ่งแก่ครึ่งหนึ่งอ่อน นำมาตัดเป็นท่อนให้แต่ละท่อนมีข่อติดอยู่จำนวน2 ข้อแล้ว กระทำการปักชำท่อนประเภทโดยใช้ข้อทางด้านโคนของเถาฝังลงดินแล้วกลบให้แน่น รดน้ำให้เปียก รวมทั้งควรจัดวางถุงกล้าที่ปักชำไว้ในที่ร่ม ในส่วนของข้อที่เหลืออยู่ข้างบนจะเป็นบริเวณที่แตกใบใหม่เพื่อรุ่งเรืองเป็นเถาต่อไป
ส่วนประกอบทางเคมี
เถาของเพชรสังฆาตมีองค์ประกอบทางเคมี เช่น natural plant steroids (ketosterones): onocer-7-ene-3 alpha, 21 beta-diol, delta-amyrin, delta-amyrone และ 3,3',4,4'- tetrahydroxybiphenyl สารกลุ่ม stilbene: quadrangularins A, B, C, resveratrol, piceatannol, pallidol , parthenocissine A.สารในกรุ๊ป flavonoids ได้แก่ diosmin, hisdromin, hesperidin. รวมไปถึง ascorbic acid (vitamin C), lupeol, carotene และ calcium oxalate.
คุณประโยชน์/สรรพคุณ
ตามตำรายาไทย กล่าวว่า เถา รสร้อนขมคัน เป็นยาแก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้ระดูเปลี่ยนไปจากปกติ แก้กระดูกแตกหักซ้น ขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ริดสีดวงทวารทั้งยังประเภทกลีบมะไฟและก็เดือยไก่
• ราก รักษาอาการกระดูกแตกหัก
• ต้น แก้หูน้ำหนวก แก้เลือดกำเดา แก้ระดูไม่ดีเหมือนปกติ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย
• ใบ รักษากระดูกแตกหัก รักษาโรคลำไส้ (อาการของกินไม่ย่อย) ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย แก้ริดสีดวงทวารหนัก
นอกจากนั้นในงานศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการแพทย์แผนปัจจุบันยังกำหนดไว้ว่าเพชรสังฆาต มีประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาริดสีดวงทวารหนักโดยยิ่งไปกว่านั้นการลดอาการคัน ปวดการเกิดเลือดออก รวมทั้งกลับกลายซ้ำ
ทั้งยังในปัจจุบันได้มีงานศึกษาเรียนรู้พบว่า "เพชรสังฆาต" มีวิตามินซีสูงมากซึ่งยืนยันสรรพคุณรักษาโรคเลือดไหลตามไรฟันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังอุดมไปด้วยแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญมีองค์ประกอบของแคลเซียมสูงมากมาย และสารอที่นาโบลิก สเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่มีฤทธิ์เร่งปฏิกิริยาการสมานกระดูกที่แตกหักโดยกระตุ้นการผลิตเซลล์ออสเตโอบลาสต์ (Osteoblast) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สร้างกระดูกและยังช่วยให้มีการสร้างสารไม่วโคโพลีแซกติดอยู่ไรด์ (Mucopolysaccharides) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการสมานกระดูก อีกทั้งสารคอลลาเจน (Collagen) ในเพชรสังฆาตยังเป็นสารอินทรีย์โปรตีน ที่มาจับกับผลึกแคลเซียมฟอสเฟตจนถึงแปลงเป็นกระดูกแข็งซึ่งสามารถรับน้ำหนักและก็มีความยืดหยุ่นในตนเองอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านี้เพชรสังฆาตยังสามารถใช้ปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ เพราะเพชรสังฆาตเป็นไม้เถาเลื้อยมีลักษณะรูปทรงเป็นสีเหลี่ยมผิดตา มีดอกและผลเป็นช่อสีแดงสวยงาม สามารถนำไปปลูกเพื่อประดับประดารอบๆรั้วบ้าน ซุ้มไม้หรือบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เถาก้าวหน้าเลื้อยพันขึ้น
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
ในอดีตกาลการใช้เพชรสังฆาต (https://www.disthai.com/17032153/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B8%B2%E0%B8%95)รักษา ริดสีดวงทวารหนักจะทำ โดยนำ เถาสดใส่กล้วยหรือ มะขามแล้วกลืน (ด้วยเหตุว่าเพชรสังฆาตมีแคลเซียม ออกซาเลต (calcium oxalate) การกลืนเถาสดบางทีอาจ เกิดการเคืองทางเดินอาหารได้) ถัดมาได้มี การนำ เพชรสังฆาตมาผลิตให้อยู่ในแบบแคปซูลเพื่อง่ายต่อการบริหารยา
โดยในรูปยาผงบรรจุแคปซูล 250 มิลลิกรัม ให้กินครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน เป็นเวลา 5-7 วัน
แบบเรียนยาประจำถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ใช้ ต้น แก้ริดสีดวงทวารโดยหั่นเป็นแว่น ตำผสมเกลือนำไปตาก ปั้นเป็นลูกร้อยกรอง รับประทานทีละ 1 เม็ด 3 เวลา หรือใช้เถาสดคั้นเอาน้ำดื่ม แก้โรคลักปิดลักเปิด แก้เมนส์ไม่ดีเหมือนปกติ แก้กระดูกแตกหักซ้นขับลมในไส้
ตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา ใช้น้ำจากต้น หยอดหู แก้น้ำหนวกไหล หยอดจมูกแก้เลือดเสียในสตรีใช้เถาตำละเอียดเป็นยาพอกรอบๆกระดูกหักช่วยลดอาการบวม อักเสบ น้ำคั้นจากเถาใช้ดื่มแก้เลือดไหลตามไรฟัน แก้โลหิตระดูสตรีไม่ปกติ รักษาริดสีดวงทวารที่เริ่มเป็นระยะแรก
ส่วนประเทศอินเดีย ใช้ ลำต้น เป็นยาพอกเมื่อกระดูกหัก น้ำคั้นจากต้นรับประทานแก้โรคลักปิดลักเปิด แก้อาการไม่ปกติของรอบเดือน
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา
ผลต่อแรงตึงตัวของหลอดเลือดดำ สารสกัดเพชรสังฆาตมีฤทธิ์กระตุ้นเส้นเลือดดำ ให้มีความตึงตัวมากขึ้น คล้ายกับส่วนประกอบของไบโอฟลาโวนอยด์ 2 จำพวก ได้แก่ ไดออสมิน 90%รวมทั้งฮิสเพอริดิน 10% ที่เจอในตำรับยาแผนปัจจุบัน สำหรับใช้รักษาริดสีดวงทวาร
ฤทธิ์ต้านทานการอักเสบทันควัน สารสกัดเมทานอลยั้งการบวมของใบหู แล้วก็การบวมของอุ้งเท้าของหนูขาว ที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมี
สารสกัดเฮกเซนที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 1 รวมทั้งสารสกัดเอทานอลที่ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 5 ลดอาการบวมของใบหูหนูที่รั้งนำด้วยสารเคมี เหมาะเวลา 30 นาที ตรวจเจอส่วนประกอบทางเคมีของสาร lupeol ในสารสกัดเฮกเซน
ฤทธิ์แก้ปวด สารสกัดเมทานอลลดจำนวนครั้งที่หนูถีบจักรยืดบิดตัวจากลักษณะการเจ็บปวดท้องเนื่องด้วยได้รับกรดอะซีตำหนิกที่ฉีดเข้าทางท้อง และก็ลดช่วงเวลาของการเลียเท้าหลังอีกทั้ง 2ระยะ สำหรับในการทดลองด้วยการฉีดฟอร์มาลิน แสดว่าออกฤทธิ์แก้ปวดผ่านทั้งระบบประสาทศูนย์กลาง และก็ส่วนปลาย
ฤทธิ์คุ้มครองปกป้องการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดเอทานอล สามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะหนูขาวที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นแผลด้วยแอสไพริน เมื่อให้สารสกัดขนาด 250, 500 และ 750 มก./กิโลกรัม ให้หนูกินนาน 7 วัน ลดการเกิดแผลได้ 40, 71.2 รวมทั้ง 72.6% เป็นลำดับ เปรียบเทียบกับranitidine ขนาด 30 มก./กก. ลดการเกิดแผล 71.9% เพราะฉะนั้นสารสกัดขนาด 500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นขนาดที่ยอดเยี่ยม เหตุเพราะออกฤทธิ์ใกล้เคียงกับ Ranitidine แล้วก็ให้ผลไม่ต่างกับขนาด 750 มก./กก.จะลดการทำลายเยื่อในกระเพาะ แล้วก็รายงานการวิจัยอีกฉบับหนึ่งระบุว่า การเรียนรู้ประสิทธิผลแล้วก็ผลข้างเคียงของการใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตในคนเจ็บโรคริดสีดวงทวารระยะทันควัน จำนวน 570 คน โดยแบ่งเป็น 3 กรุ๊ป เป็น กรุ๊ปที่ได้รับยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์ (Daflon 500 มิลลิกรัม/เม็ด) กลุ่มที่ได้รับสมุนไพรเพชรสังฆาต (500 มิลลิกรัม/เม็ด) และก็กลุ่มที่ได้รับยาหลอก ในช่วง 4 วันแรก ให้รับประทานทีละ 3 เม็ด ตอนเช้ารวมทั้งเย็นหลังอาหาร และช่วง 3 วันหน้า ได้รับทีละ 2 เม็ด ยามเช้าและก็เย็น หลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วยจะได้รับการคาดคะเนอาการต่างๆเป็น เลือดไหลทางทวารหนัก มูก อาการคัน รอยแดงหรืออักเสบรอบทวารหนัก แล้วก็การสัมภาษณ์เพื่อสอบถามอาการ รวมถึงมีการตรวจเลือดแล้วก็ติดตามผลกระทบของการได้รับยาหรือสมุนไพรพร้อมกันไปพร้อมกันด้วย
ผลวิจัยพบว่า ผู้ป่วยในทุกกรุ๊ปส่วนใหญ่อาการเลือดออกฉับพลันจะหยุดในวันที่ 2 ของการให้ยา รวมทั้งมีลักษณะอาการดีขึ้นหลังการให้ยาครบ 7 วัน ประสิทธิผลของการรักษาในคนเจ็บทุกกรุ๊ปไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ และไม่ส่งผลข้างๆเกิดขึ้น สรุปได้ว่าเพชรสังฆาตให้ผลในการรักษาริดสีดวงทวารในระยะรุนแรงไม่มีความต่างจากยาที่มีส่วนผสมของฟลาวานอยด์รวมทั้งยาหลอก แสดงว่าเพชรสังฆาตไม่เป็นผลช่วยสำหรับเพื่อการรักษาริดสีดวงทวารในระยะเฉียบพลัน
การเรียนทางพิษวิทยา
ความเป็นพิษเฉียบพลัน เมื่อทดลองความเป็นพิษโดยให้หนูขาวรับประทาน ขนาด 0.5 – 5.0 กรัม/กก
ไม่พบพิษใดๆ
ความเป็นพิษครึ่งหนึ่งเรื้อรัง (3 เดือน) ในหนูขาวชนิดวิสตาร์ 5 กรุ๊ปๆละ 12 ตัว/เพศ กลุ่มควบคุมได้รับน้ำทางปาก 10 มล./น้ำหนักตัว 1 กก./วัน ระหว่างที่หนูอีก 4 กลุ่มได้รับผงยาเพชรสังฆาตแห้งทางปากในขนาด 0.03,0.3 แล้วก็ 3.0 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กก/วัน หรือเสมอกัน 1,10 รวมทั้ง 100 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน/วัน ตามลำดับ โดยกลุ่มท้ายที่สุดเป็นกรุ๊ปพินิจอาการข้างหลังการหยุดยา ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยพบว่าการเจริญเติบโตของกรุ๊ปสุดท้ายเป็นกรุ๊ปพิจารณาอาการหลังการหยุดยา ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่าการเจริญเติบโตของกลุ่มได้รับผงยาและก็กลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน ไม่ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวของค่าทางเลือดวิทยารวมทั้งค่าทางซีรั่มชีวเคมี หรือจุลพยาธิภาวะของอวัยวะภายในที่มีความเกี่ยวเนื่องกับขนาดของผงยา และไม่เจอความไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็ตามซึ่งสามารถสรุปได้ว่าเนื่องจากความเป็นพิษของผงยาเพชรสังฆาต
คำแนะนำ/สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง

การกินเพชรสังฆาตสด อาจทำให้กำเนิดอาการระคายคอ ระคายเยื้อบุในปากด้วยเหตุว่าเถาสดมีผลึกแคลเซียมออกซาแลตอยู่มากมาย
2. ห้ามรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2 อาทิตย์เนื่องจากว่าอาจจะเป็นผลให้กำเนิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ คนเจ็บโรคไตห้ามรับประทาน
3. การใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตควรจะหารือหมอหรือผู้เชี่ยวชาญสำหรับการใช้เสมอ เพราะว่าอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ อาทิเช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง เยี่ยวน้อย แน่นท้อง ฯลฯ
เอกสารอ้างอิง